KARATE is a martial art and way of life that trains a practitioner to be peaceful

KARATE is a martial art and way of life that trains a practitioner to be peaceful
True karate is based on Bushido. Which have the body, mind and spirit
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กว่าจะมาเป็น ชุมนุม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กว่าจะมาเป็น ชุมนุม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคาร, ตุลาคม 30, 2007

กว่าจะมาเป็น ชุมนุม คาราเต้-โด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จุดเริ่มต้นของ คาราเต้-โด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2536 ในจากการแข่งขันซีเกมส์ที่ประเทศบรูไนได้จบลง นาย สุทัศน์ ขจรศรสิทธิ์ (พี่ทัศน์) นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนั้น พยายามที่จะให้เกิด ชุมนุมคาราเต้-โด ขึ้นเพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจฝึกฝนจิตใจและร่างกายได้มีทางเลือกเพิ่มขึ้น และเผยแพร่กีฬาคาราเต้-โด ให้เป็นที่รู้จักทั่วไป โดยได้รับการสนับสนุนจาก “สมาคมสหพันธ์คาราเต้-โด แห่งประเทศไทย” จึงได้เริ่มดำเนินการติดต่อกับมหาวิทยาลัยเพื่อขอตั้งชุมนุมคาราเต้-โดขึ้น ซึ่งในระหว่างรอการประสานงานนั้น พี่ทัศน์ก็ได้เริ่มชักชวนเพื่อนที่รู้จัก เช่น จากคณะพาณิชฯโต๊ะสายโดมรำเพย เป็นต้น มาร่วมดำเนินงานเพื่อก่อตั้งชุมนุมและยังได้ติดประกาศในบริเวณมหาวิทยาลัยเพื่อชักชวนผู้ที่ความสนใจมาร่วมฝึกซ้อม โดยใช้ตึกกิจกรรมนักศึกษาเป็นสถานที่ฝึกซ้อม


ระยะเวลาเพื่อวางรากฐานของชุมนุม การก่อตั้งชุมนุมคาราเต้-โด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ผ่านการประสานกับมหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังรออนุมัติอยู่ ทางกลุ่มคาราเต้-โด ก็ได้เริ่มดำเนินการวางรากฐานให้กับชุมนุมไประหว่างนั้นด้วย อันได้แก่ การร่วมกันวางระบบในการบริหารจัดการชุมนุม เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการวางรากฐานให้กับชุมนุมสามารถยืนหยัดอยู่ได้ โดยที่ไม่เกิดผลกระทบต่อการศึกษาของนักศึกษาที่ต้องเข้ามารับผิดชอบจัดการงานในชุมนุม การฝึกซ้อมประจำสัปดาห์ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของชุมนุมก็ได้มีผู้สนใจเข้าร่วมฝึกซ้อมประมาณ 30 คน ทำให้การฝึกซ้อมเป็นไปอย่างคึกคัก เข้มแข็ง ทั้งนี้ เพราะการฝึกฝนในช่วงแรกๆทางอาจารย์และพี่ๆที่มาช่วยในการฝึกซ้อมได้กล่าวว่า “กลุ่มคนที่อยู่ ณ ที่นี้ เป็นอนาคตที่สำคัญของชุมนุมคาราเต้-โด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อไป เพราะจะเป็นผู้ที่ประสบการณ์ในการฝึกฝนจิตใจและร่างการมากที่สุดในมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ที่เข้ามาฝึกฝนภายหลัง” อาจารย์และพี่ๆทุกคนจึงฝึกฝนสมาชิกในชุมนุมอย่างเข้มงวด ซึ่งสมาชิกทุกคนต่างตั้งใจฝึกฝนพัฒนาทักษะกันอย่างเต็มที่ (เด็กบัญชีเล่าว่า เสียงในระหว่างการฝึกดังมากจนได้ยินชัดเจนทั้งๆที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ใต้ตึกด้านแท็งก์เก็บน้ำ) และช่วงต่อมาได้มีผู้มาช่วยในการฝึกซ้อมเพิ่มขึ้น จากทางสมาคมคาราเต้-โดแห่งประเทศไทย ได้แก่ อาจารย์ วิรัตน์ มั่นคงกิจ (อดีตนักกีฬาคาราเต้-โดทีมชาติหลายสมัย และยังเป็นผู้ฝึกสอนที่สมาคมคาราเต้) ทั้งนี้อาจารย์และพี่ๆทุกคนได้เสียสละเวลามาโดยไม่หวังผลตอบแทนต้องการแต่เพียงให้รุ่นน้องทุกคนที่ฝึกฝนนั้นประสบความสำเร็จในการฝึกฝนทั้งจิตใจและร่างกาย แต่กระนั้น ทางแผนกกีฬาของฝ่ายกิจกรรมนักศึกษาก็ยังไม่มั่นใจว่ากลุ่มคาราเต้-โด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะสามารถคงอยู่ได้ตลอดไป จึงยังไม่มีการอนุมัติให้เป็นชุมนุมแต่รับรองในฐานะที่เป็นกลุ่มกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ในปีการศึกษา 2536 ได้แจ้งว่า ต้องการความพร้อมของบุคลากรที่จะเข้ามาสืบต่อการบริหารงาน ว่าจะสามรถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้หรือไม่ เนื่องจากพี่ทัศน์กำลังจะจบการศึกษาลงในปีนี้ ดังนั้น แม้ทางกลุ่มคาราเต้-โด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะได้รับการยอมรับจากองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) และสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้วก็ยังไม่สามารถก่อตั้งชุมนุมได้ แต่ก็ยังคงมีกิจกรรมต่อไปเพื่อแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคาราเต้-โด สามารถที่จะสืบต่อกิจกรรมต่อไปได้


ช่วงเวลาแห่งการทดสอบ แม้ว่าพี่ทัศน์จะได้จบการศึกษาออกไปแล้ว แต่ทางกลุ่มคาราเต้-โดก็ยังสามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ตามปกติแม้จะยังมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างเนื่องจากระบบงานยังไม่ดีจึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่เสมอๆ และปีที่ 2นี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ซ้อม โดยในภาคการศึกษาที่ 2 ย้ายสถานที่ฝึกมาลานใต้คณะศิลปะศาสตร์ ในปีการศึกษา 2538 กลุ่มคาราเต้-โด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีกิจกรรมต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 2 ปี และมีสมาชิกร่วมกลุ่มอยู่เสมอ ทางฝ่ายกิจกรรมนักศึกษาได้มีหนังสือผ่านทางองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อนุมัติให้เป็น “ชุมนุมคาราเต้-โด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” และในปีเดียวกันนี้ทางชุมนุมคาราเต้-โด ก็เริ่มขยายไปที่ศุนย์รังสิตเพี่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่รังสิตได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมด้วยเป็นปีแรกโดยมีอาจารย์ เท็ตซึโอะ ซาดาฮิโร่ (TETSUO SADAHIRO) อาจารย์ใหญ่ของคาราเต้-โด สำนักโกจูริว ประเทศไทย มาช่วยฝึกซ้อมให้สมาชิกที่รังสิต ทางด้านท่าพระจันทร์ ได้เริ่มการฝึกซ้อมในช่วงเทอม 2 เนื่องจากเทอมแรกได้ไปฝึกซ้อมให้ที่ศูนย์รังสิต


จากวันวานสู่วันนี้ ชุมนุมของเราได้มีการพัฒนาขึ้น มีความพร้อมมากขึ้นเนื่องจากมีสมาชิกที่มากกว่าเดิม ทำให้มีการแบ่งหน้าที่กันค่อนข้างชัดเจน แต่ยังกล่าวได้ว่าไม่สมบูรณ์นักเนื่องจากสาเหตุหลากหลายประการแต่ด้วยความเข้มแข็งของเราทำให้เราสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ แม้ต้องเผชิญกับปัญหาที่ไม่คาดคิดมาก่อนหลายครั้งก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ซ้อมซึ่งเป็นปัญหาที่พบกันเป็นประจำ ตั้งแต่ยุคก่อตั้งชุมนุม ช่วงแรกก็ใช้บริเวณดาดฟ้าตึกกิจกรรม แต่ก็ถูกไล่เนื่องจากทางฝ่ายอาคารและสถานที่กลัวว่าตึกจะพัง จึงต้องหาสถานที่ฝึกซ้อมกันใหม่มาเป็น common room ใต้ตึกคณะศิลปะศาสตร์ แต่ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เรายังมีปัญหาเรื่องการสรรหาบุคลากรมาช่วยกันบริหารชุมนุมให้คงอยู่และพัฒนาต่อไป ผู้ที่ไม่ได้เข้ามาทำงานในชุมนุมคงไม่ทราบถึงรายละเอียดปลีกย่อยในการบริหารงานที่มากมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ เรื่องสถานที่ฝึกซ้อมที่รังสิต ในตอนนั้นเป็นรุ่นที่ 5 เทอมที่ 2 เนื่องจากสถานที่ เดิมคือ ตึก วจ. ชั้น 2 ซึ่งทางมหาวิทยาลัย ต้องปรับปรุงให้เป็นห้องพักอาจารย์ที่เดินทางมาสอนจากท่าพระจันทร์ เราจึงต้องแสวงหาที่ซ้อมใหม่ทั้งสนามหญ้าหน้า วจ. สนามหญ้าข้าง บร.1 บริเวณใต้ตึกโดม และสนามหญ้าหน้าตึกโดม ถึงคราท่าพระจันทร์ เมื่อทางคณะศิลปศาสตร์ต้องการปรับปรุงอาคาร จึงไม่อนุญาติให้ซ้อมอีก เราก็ต้องเดินทางเร่ร่อนกันอีกครั้ง โชคยังดีที่เราซ้อมที่ตึกกิจกรรมชั้นบริเวณลานว่างหน้าลิฟท์ ปัญหาที่เกิดจากสถานที่ซ้อมเกิดขึ้นบ่อยมากจนพี่ตี้กล่าวว่า ” พอที่ซ้อมที่ท่าพระจันทร์ลงตัว รังสิตก็มีปัญหา พอที่ซ้อมที่รังสิตลงตัว ท่าพระจันทร์ก็มีปัญหาอีก มันอะไรกันวะ ” ที่รังสิตในปี 2543 ยิม 3 ถูกปรับปรุงให้เป็นห้องสมุดใหม่ จึงได้เปลี่ยนที่ซ้อมไปเป็นยิม 7 แต่เนื่องจากยิม 7 มีกิจกรรมกีฬาหลายประเภททำให้เสียสมาธิในการซ้อม จึงย้ายไปเป็นโรงยิมอินเตอร์โซน และในปี 2546 ก็ได้ย้ายที่ซ้อมมาเป็นยิม 5 ต่อมาในปี 2547 ช่วงเทอม 2 เราได้เปลี่ยนที่ซ้อมไปเป็นยิม 7 เนื่องจากในตอนนั้นสมาชิกของเราที่ซ้อมมีอยู่น้อยมาก และต่อมาเราก็ได้สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันระหว่างยิม 6 และ ยิม 7 จนในที่สุดในปัจจุบันปี 2549 เราก็ได้มาหยุดลงที่ยิม 7 เวลา 17.00-20.00 น. ทุกวันอังคาร และ พฤหัสบดี ส่วนที่ท่าพระจันทร์ในปัจจุบันการซ้อมของพวกเราได้หยุดลงตรงที่ตึกกิจ ชั้น 3 เวลา 17.00-20.00 น. ทุกวัน พุธ และ ศุกร์


น้องๆที่สนใจไปซ้อมที่ท่าพระจันทร์กับอาจารย์ก็ถามรายละเอียดในการเดินทางได้ที่พวกพี่ๆนะ พวกพี่ๆจะคอยต้อนรับน้องๆเสมอเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับคนที่มาทำงานในชุมนุมคาราเต้-โด ที่ต้องท้อใจกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องเวลา เรื่องเรียน เรื่องงานในชุมนุม และ ปัญหาอื่นๆอีกมากมาย แต่น้องๆอย่าเพิ่งยอมแพ้ให้กับมันปัญหาทุกอย่างถ้าเรามีความพยายามตั้งใจจริงที่จะเผชิญหน้าและสู้กับมันพี่เชื่อว่าน้องจะต้องได้พบทางออกอย่างแน่นอน และอีกอย่างหนึ่งพี่เชื่อว่าน้องๆที่อยู่ในชุมนุมนี้น้องไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอย่างแน่นอนแต่น้องยังมีเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกๆคนที่พร้อมจะคอยให้กำลังใจคอยช่วยเหลือน้องอย่างแน่นอน