KARATE is a martial art and way of life that trains a practitioner to be peaceful

KARATE is a martial art and way of life that trains a practitioner to be peaceful
True karate is based on Bushido. Which have the body, mind and spirit

วันอังคาร, ตุลาคม 16, 2007

ประวัติคาราเต้ในเมืองไทย

ประวัติคาราเต้ในเมืองไทย

คาราเต้ เป็นศาสตร์และศิลป์ ที่เยาวชนควรสนใจ ผู้ปกครองควรให้การสนับสนุนวิชานี้เป็นทั้ง "กีฬาและเป็นวิชาการต่อสู้ด้วยมือเปล่า" ผู้ฝึกหัดจะมีสุขภาพดีมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย มีความอดทน อดกลั้น ทำให้มีร่างกายและพลานามัยสมบูรณ์รู้จักแก้ใขปัญหาทางสันติ นอกเหนือจากดังกล่าวแล้ว ประโยชน์ของวิชาคาราเต้อยู่ที่ว่า "จะนำไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยเพียงไร ?"ประวัติคาราเต้ในเมืองไทยเริ่มก่อนปี 2500 คาราเต้ รู้จักในนามมวยญี่ปุ่น ในยุคก่อนคาราเต้ได้เข้ามาแบบท่องเที่ยว เพื่อหาประสบการณ์จากความรู้และความจริงว่า คาราเต้นี้เป็นวิชาที่เลอเลิศ เหนือกว่าวิชาต่อสู้อื่นใดในโลก สมจริงดังคำกล่าวเล่าต่อๆ กันมาหรือไม่ หลังจากปี 2500เป็นลำดับมาประมาณ 1-2 ปี ได้มีการประกบคู่มวยไทยกับคาราเต้จะขึ้นที่สนามมวยเวทีลุมพินี ก่อนการขึ้นชกได้มีการตกลงข้อต่อรองกันนานพอสมควรกว่าจะขึ้นเวทีได้ อันเนื่องมาจากกฎ กติกาการแข่งขัน ค่าใช้จ่าย เงินรางวัลและสิ่งต่างๆ อีกหลายอย่างที่จำเป็นต้องกำหนดขึ้นระหว่างคาราเต้กับมวยไทยที่จะชกเป็นครั้งแรกข้อตกลงที่จะขอกล่าวถึงนี้ก็คือว่า การต่อสู้มวยไทยกับคาราเต้นึ้ คาราเต้ต้องสวมนวมเหมือนมวยไทยด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นคาราเต้ก็หมดโอกาสได้ใช้อาวุธสำคัญซึ่งเหมือนกับการนำมีดสวมฝักชักออกมาไม่ได้ ความคมก็ไม่มี เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง คาราเต้ก็พ่ายแพ้ไปคนไทยเป็นผู้มีชาตินิยมอย่างยิ่ง ถ้าจะจัดแข่งขันอันจะทำลายเกียรติยศชื่อเสียงและศิลปมวยไทยแล้วจะไม่ยอมเสี่ยงให้มีขึ้นอย่างเด็ดขาด เพราะเกรงว่าคนไทยด้วยกันจะตำหนิผู้จัดว่าเป็นผู้ทำลายศิลปะมวยไทยยังมีกีฬา KICK BOXING ซึ่งมีส่วนให้คาราเต้เมืองไทยต้องซบเซาไปด้วย เนื่องจากได้มีนักคาราเต้แบบธุรกิจเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ได้นำเอามวยไทยผสมกับคาราเต้แล้วมาตั้งเป็นตำหรับใหม่ว่า KICK BOXING หัดได้ประมาณ 5 ปี นำขึ้นชกที่ญี่ปุ่นและได้นำมวยไทยด้วยการจ้างขึ้นชกบนเวทีที่ญี่ปุ่นเพื่อประกาศศักดิ์ศรีว่า KICK BOXING เป็นตำหรับของญี่ปุ่นเหนือศิลปะมวยไทย เพื่อสร้างความสนใจให้กับบุคคลทั่วไป และได้เผยแพร่ไปยังนานาชาติ โดยได้ตั้งค่ายและสถานที่ฝึกซ้อมกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และได้เผยแพร่มายังประเทศไทย จัดตั้งค่ายมวย KICK BOXING ขึ้นที่อาคารราชอาเขต ต่อมาจึงขึ้นชกกับมวยไทยและปัญหาใหญ่ จนทำให้ค่ายมวย KICK BOXING ไม่สามารถจะดำเนินธุรกิจการฝึกซ้อมและจัดแข่งขันกับมวยไทยก็พ่ายแพ้บ่อยครั้งจนต้องเลิกล้มกิจการไปผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว เป็นผลให้กิจการฝึกสอนคาราเต้ในประเทศไทยประสบอุปสรรคปัญหาไม่เติบใหญ่เท่าที่ควร



ประวัติการสอนคาราเต้ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2508 ยูโดกำลังเจริญเติบโต เพราะนักยูโดในเมืองไทยได้ไปแข่งขันกีฬาแหลมทอง ชนะเลิศหลายรุ่น กีฬายูโดพลศึกษามีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้ามาแข่งขันยังกรมพลศึกษามากมาย ผู้เข้าชมยูโดในการแข่งขันแต่ละครั้งมีจำนวนมากพอสมควร มีการแข่งขันยูโดประจำปีและประจำเดือนทุกเดือน ซึ่งสมาคมเป็นผู้จัดการแข่งขันในการแข่งขันยูโดดังกล่าว ได้มีการแข่งขันยูโด ปี 2508 จัดโดยสโมสรยูโดช่างกลปทุมวันการนำเอาคาราเต้มาแสดง เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของบุคคลทั่วไป ในงานนี้ต่อหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระบรมโอรสสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร ทรงประทำบทอดพระเนตรการแสดงคาราเต้ของนาย เซอิจิ มูคารามิ และทรงสนพระทัยสอบถามเรื่องราวของคาราเต้กับผู้เข้าเฝ้านับเป็นนิมิตหมายอันดีที่คาราเต้ได้แสดงต่อหน้าพระที่นั่งและประชาชนทั่วไปเพราะเป็นของแปลกและใหม่ที่ยิมเนเซี่ยมกรีฑาสถานแห่งชาติ คาราเต้เริ่มเป็นที่สนใจของคนไทยบ้างและเริ่มฝึกสอนกันในบ้านและมีลูกศิษย์เพียง 4 - 5 คน ต่อมานาย เทะซึโอะ ซาดาฮิโร่ ได้มาช่วยสอนอย่างจริงจัง ในปี พ.ศ. 2509 ได้มีภาพยนต์ทีวีเรื่องยอดคาราเต้ ออกอากาศที่ช่อง 4 หรือ ช่อง 7 ผู้เขียนก็จำไม่ได้ ทำให้ชาวไทยสนใจและตื่นตัว หันมาสนใจกีฬาคาราเต้กันมากพอควร จนสามารถรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสมาคมคาราเต้ ขึ้นในประเทศไทยเมื่อระหว่างปี พ.ศ. 2510 - 2511 คาราเต้ได้เจริญเป็นลำดับและได้จัดตั้งสมาคมคาราเต้-โด แห่งประเทศไทย จนมีตัวแทนไปแข่งขันยังนานาประเทศ ภายในประเทศมีการจัดแข่งขันกันบ่อยครั้ง เผยแพร่ไปยังโรงเรียนและสถาบันมหาวิทยาลัย หวังว่าคาราเต้คงเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นจนเป็นที่ยอมรับของชาวไทยทั่วไปในอนาคต